รวมผลงาน การใช้อำนาจมาตรา 44 ปี 2560

รวมผลงาน การใช้อำนาจมาตรา 44 ปี 2560

เมื่อ 1 มิ.ย. 2561
 
 
ในปี 2560 มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งหมด 54 ฉบับ
 
+มกราคม 2560
 
10 มกราคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ มีความว่า ให้ยุบรวม คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 5 องค์กรให้เหลือ อ.ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการเพียงคณะเดียว  และให้มีการเกลี่ยอัตรากําลังในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งเป็นศึกษาธิการภาคและรองศึกษาธิการภาค
 
17 มกราคม 2560 หัวหน้าค คสช. ออกคำสั่งที่ 2/2560 เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษหรือ กรศ.ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน นอกจากนี้กรณีที่ผู้ดำเนินการต้องได้รับการอนุมัติ อนุญาต รับหรือความเห็นชอบจากหน่วยงานรัฐ ก็ให้เลขาธิการของชุดคณะกรรมการมีอำนาจอนุมัติ ออกใบอนุญาต รับจดทะเบียนได้เลย คล้ายกับเป็น One Stop Service
 
คำสั่งฉบับที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง มีสาระสำคัญว่า ให้มีคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดนี้แบ่งย่อยเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง
 
+กุมภาพันธ์ 2560
 
6 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2560 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 105/2557 มีความว่า ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยให้เพิ่มเติมรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (สุวิทย์ เมษินทรีย์) เป็นกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าว
 
15 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 5/2560 เรื่อง มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย มีใจความว่า เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในส่วนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หัวหน้า คสช. มีอํานาจประกาศกําหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ อาทิ ควบคุมการเข้าหรือออกในพื้นที่ ออกคําสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวหรือให้ถ้อยคําต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จับกุมตัวบุคคลที่กระทําความผิดอาญาซึ่งหน้า รื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งกีดกั้น  
 
16 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 6/2560 เรื่อง การแต่งตั้งนายกเมืองพัทยา เนื่องจากผู้บริหารจัดการเมืองพัทยาต้องเป็นผู้มีศักยภาพในการบริหารจัดการสูง จึงให้ยกเว้นการบังคับใช้ประกาศ คสช. ที่ 85/2557 และ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 1/2557  ในส่วนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเมืองพัทยา และมีคำสั่งให้ปลัดเมืองพัทยา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา, ให้ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตําแหน่งในสภาเมืองพัทยา และให้เป็นนายกเมืองพัทยา และให้มีรองนายกเมืองพัทยาไม่เกินสี่คน ตามที่นายกเมืองพัทยาแต่งตั้ง
 
20 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง มีเนื้อหาว่า ขั้นตอนการแต่งตั้งเริ่มจากให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบังคับการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจระดับกองบังคับการ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ แล้วเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการเพื่อดําเนินการ แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี รอง ผบ.ตร. เป็นคณะร่วมพิจารณา
 
21 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ระบุว่า เนื่องจากมีการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการสอบแข่งขัน การเลื่อนตำแหน่ง การโอน และการย้าย จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาดังกล่าว โดยกำหนดให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขันการสอบคัดเลือก การคัดเลือก และการโอนข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม
 
วันเดียวกันออกคำสั่งที่ 9/2560 เรื่อง การดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ ความว่า การก่อสร้างอาคารตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยดังกล่าว ได้รับยกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร  และงดเว้นการจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 
23 กุมภาพันธ์ 2560 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 10/2560 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า ให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยพ้นจากตําแหน่ง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ส่วนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วให้ไปดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และให้อานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการในตําแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกตําแหน่งหนึ่ง จนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น  
 
นอกจากนี้ยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 11/2560 เรื่องการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการกํากับการจัดซื้อจัดจ้าง มีหน้าที่กํากับ เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐตั้งแต่ขั้นตอนจัดทําแผนการจัดซื้อจัดจ้างจนสิ้นสุดสัญญา ทั้งนี้ให้โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 7 โครงการ อยู่ภายใต้คำสั่งนี้
 
25 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 12/2560 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตําแหน่ง ระบุให้พนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ้นจากตําแหน่ง และให้ดํารงตําแหน่ง ผอ.พศ.
 
+มีนาคม 2560
 
8 มีนาคม 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/2560 เรื่องแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ระบุให้แต่งตั้งออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
 
21 มีนาคม 2560 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. 4 ฉบับ ได้แก่ คำสั่งที่ 14/2560 เรื่องมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก  เป็นการแก้ไข พ.ร.บ. การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยเพิ่ม 1) ผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานจราจรหรือเจ้าหน้าที่ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคคลดังกล่าว มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายรถที่จอดในที่ห้ามจอด ล็อกล้อ โดยไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆ หากการกระทำนั้นเป็นการไม่ได้จงใจ 2) บังคับให้ผู้ขับขี่รถยนต์และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และ 3) กรมขนส่งจะไม่ต่อทะเบียนให้รถคันที่ไม่จ่ายค่าปรับหรือจ่ายค่าปรับไม่ครบ 
 
คำสั่งที่ 15/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถตู้สารธารณะ มีคำสั่งให้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรถประจำทางและไม่ประจำทาง คือ 1) รถตู้โดยสารมีที่นั่งไม่เกิน 13 ที่นั่ง 2) ต้องมีการปรับปรุงหรือติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารรถตู้ เช่น การปรับพนักพิงเบาะหลังให้เป็นทางออกฉุกเฉิน 3) การติดตั้งบรรจุก๊าซธรรมชาติ หรือก๊าซปิโตรเลียมต้องไม่ทำให้น้ำหนักรวมเกินสมรรถนะของรถ และกำหนดการเพิกถอนใบอนุญาตหรือพักใบอนุญาต 6 เดือน ถ้าหากรถเกิดอุบติเหตุจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับรถเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาท หรือนำรถไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย เช่น ขนยาเสพติด เก็บค่าโดยสารเกิน บรรทุกผู้โดยสารเกิน หรือทอดทิ้งผู้โดยสาร 
 
คำสั่งที่ 16/2560 เรื่องการบริหารงานบุคคลข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา มีคำสั่งให้ 1) กรรมการบอร์ด ก.ค.ศ. พ้นจากตำแหน่ง 2) ปรับโครงสร้างบอร์ด ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ โดยในส่วนของคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ปรับให้เป็นคณะกรรมการเชิงนโยบายมากขึ้น โดยจะเหลือคณะกรรมการ 15 คน จาก 31 คน นอกจากนี้ยังปรับแก้คำว่า ขั้นเงินเดือน ในระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นคำว่า เงินเดือน เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นระบบเดียวกับข้าราชการส่วนอื่นๆ
 
คำสั่งที่ 17/2560 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2558 มีคำสั่งแก้ไขให้ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการคุรุสภา โดยถอดเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาออกจากคณะกรรมการ และปรับเปลี่ยนให้เลขาธิการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมาเป็นคณะกรรมการแทนผู้อำนวยการสำนักฯ 
 
คำสั่งที่ 18/2560
 
 
+เมษายน 2560
 
3 เมษายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค 3 คำสั่งได้แก่ คำสั่งที่ 10-11/2559 คำสั่งที่ 38/2559 และคำสั่งที่ 1/2560 เฉพาะข้อ 8 นอกจากนี้ ให้ปรับองค์ประกอบของคณะกรรมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) โดยเพิ่มประธานสภาหอการค้าและประธานสภาอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นกรรมการ รวมถึงให้อำนาจ คปภ.โอนภารกิจ หนี้สิน งบประมาณของหน่วยงานในสังกัดให้ ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 
 
4 เมษายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งที่ 20/2560 เรื่อง  การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง ระบุว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่แทน ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ เชียงราย ภูเก็ต ราชบุรี และสิงห์บุรี
 
ฉบับที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออํานวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ มีความว่า เนื่องจากรายงานการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 46 จาก 190 ประเทศ จึงมีคำสั่งให้แก้ไขในส่วนของการจดทะเบียนหุ้นส่วน/บริษัท พ.ร.บ.คุ้มครองเเรงงาน พ.ศ.2541 และ พ.ร.บ.ล้มละลาย 2483 เพื่อให้ต่างชาติลงทุนง่ายขึ้น
 
ฉบับที่ 22/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ระบุว่า ให้เพิกถอนทะเบียนเรือและจำหน่ายทะเบียนเรือที่ใบอนุญาตสิ้นอายุในวันหรือหลังจากวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ และไม่ได้ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาต หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ส่วนการขนถ่ายสัตว์น้ำโดยเรือมีลักษณะไม่ตรงตามทะเบียนเรือ ต้องระวางโทษปรับวันละ 50,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตทำการประมง
 
5 เมษายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 23/2560 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สาระสำคัญคือกําหนดให้มีการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและตําแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนกําหนดวิธีการได้มาซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรอให้มีการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
 
20 เมษายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 24/2560 เรื่อง  ให้งดเว้นการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 23/2560 ส่วนกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งออกตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ใช้บังคับ หรือจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
 
+พฤษภาคม 2560
 
17 พฤษภาคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 25/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 23/2560 โดยเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และ ผู้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่จะหมดวาระพร้อมกันในเดือนกันยายน 2560 นี้ คำสั่งระบุว่า เมื่อมีกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง หรือจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ จะต้องคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทนตำแหน่งที่ว่าง หรือให้ครบจำนวนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
 
18 พฤษภาคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 26/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดําเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ระบุว่า ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรพ้นจากตำแหน่ง และให้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ
 
26 พฤษภาคม 2560 คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 27/2560 เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า สถานศึกษาเอกชนที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศซึ่งมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง) สามารถดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิศษภาคตะวันออก หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
 
ฉบับที่ 28/2560 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีเนื้อหาว่า  การดําเนินโครงการหรือกิจการใดภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ต้องดําเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน หรือชุมชน ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ (คชก.) เพื่อพิจารณารายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี จากเดิม 1-3 ปี
 
ฉบับที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ระบุว่า การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ให้ดําเนินการได้ในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีกำหนด, ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เรียกโดยย่อว่า “คพอต.”
 
15 มิถุนายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 30/2560 เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ระบุว่า ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน ที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงและได้รับการรับรองคุณภาพจาก National Development and Reform Commission แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา 
 
และให้รัฐวิสาหกิจดังกล่าวได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับมาตรา 45, 47 และ 49 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 และ มาตรา 45, 47 และ 49 แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 และเพื่อประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพ ให้กระทรวงคมนาคมประสานให้สภาวิศวกรและสภาสถาปนิกจัดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมและทดสอบแก่บุคลากรดังกล่าวตามความเหมาะสม
 
23 มิถุนายน 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 31/2560 เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ มีเนื้อหาว่า กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ด้านพลังงานหรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีอำนาจพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และให้มีการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
 
+กรกฎาคม 2560
 
4 กรกฎาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 32/2560 เรื่อง การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลําแม่น้ำ ระบุว่า ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นใด ที่สร้างอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ําไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 ใช้บังคับ แจ้งให้เจ้าท่าทราบถึงการฝ่าฝืนหรือการปลูกสร้างซึ่งไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตภายใน 60 วัน โดยผู้ที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับการยกเว้นโทษ
 
คำสั่งฉบับที่ 33/2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว มีเนื้อหาว่า ให้มาตรา 101 มาตรา 102 มาตรา 119 และมาตรา 122 แห่งพระราชกําหนด (พรก.) การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป, ให้นายจ้างและคนต่างด้าวเร่งดําเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตาม พรก.การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 มกราคม 2561 และห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามกฎหมายหรือคําสั่งนี้ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยมิชอบ
 
12 กรกฎาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 34/2560 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 105/2557 โดย ให้บุคคลดังต่อไปนี้พ้นจากตําแหน่งที่ปรึกษาในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (1) นายประกิจ ชินอมรพงษ์ (2) นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ดและให้แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (1) นายกิติพงศ์ พร้อมวงค์ (2) นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์
 
25 กรกฎาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 35/2560 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน ให้ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือน 6 คน และ กลุ่มที่ 3 พนักงานอื่นของรัฐ (กกต.) 2 คน ให้ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในตําแหน่งเดิม เป็นการชั่วคราว และไปปฏิบัติราชการประจําหน่วยงานนั้นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย กลุ่มที่ 4 ผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 37 คน ให้ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดํารงตําแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน กลุ่มที่ 5 ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 24 คน ให้ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่หรือสถานที่ราชการอื่นในจังหวัดนั้น ๆ แต่ต้องมิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมและให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 5 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับแต่งตั้งอันเนื่องจากการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในตําแหน่งเดิมทั้งหมดด้วย
 
+สิงหาคม 2560
 
1 สิงหาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 36/2560 เรื่อง การกําหนดตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการ โดยให้เหตุผลประกอบการออกคำสั่งฉบับนี้ว่า “เพื่อให้การปฏิรูปประเทศและการปฏิบัติราชการตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยนําศักยภาพของข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจให้แก่ข้าราชการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น แต่ยังไม่มีโอกาสก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่ภายใต้กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งที่มีอยู่ จึงจําเป็นต้องแก้ปัญหาข้อจํากัดดังกล่าวเพื่อประโยชน์ข้างต้น” โดยให้มีตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นอัตราหมุนเวียนเฉพาะตัว รวม 10 ตําแหน่ง แบ่งเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการระดับกระทรวงหรือกรม จํานวน 5 ตําแหน่ง โดยให้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกระทรวง รับเงินประจําตําแหน่ง 21,000 บาท และ ผู้ทรงคุณวุฒิประจําส่วนราชการระดับกรม จํานวน 5 ตําแหน่ง โดยให้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมรับเงินประจําตําแหน่ง 14,500 บาท ข้าราชการที่จะย้าย โอน หรือเลื่อนขึ้น เพื่อแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบโดยรัฐ การดําเนินการทางวินัยหรือการดําเนินคดีอาญา และมีการกำหนดให้คำสั่งฉบับนี้สิ้นสุดลงเมื่อ คสช. สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ตาม มาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คือหลังมีการเลือกตั้งครั้งแรกตาม รัฐธรรมนูญ 2560
 
8 สิงหาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 37/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยให้เหตุผลประกอบการออกคำสั่งฉบับนี้ว่า “โดยที่ในปัจจุบันปัญหาการบริหารงานของสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามักปรากฏปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหาร ทําให้การบริหารงานของสถานศึกษาต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบ ขาดความต่อเนื่อง และเกิดความล่าช้าในการบริหารงานที่สําคัญหลายกรณี ส่งผลให้การดําเนินการเพื่อปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ไม่อาจบรรลุผลสําเร็จลงได้” โดยให้สถาบันอุดมศึกษามีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่ไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่ง อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ สําหรับคุณสมบัติและข้อจำกัดอื่นๆยังคงเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้น ๆ และคำสั่งฉบับนี้ไม่ให้มีผลบังคับต่อผู้ดํารงตําแหน่งในสภาคณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ หรืออยู่ระหว่างการดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่งในสภาคณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาในวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ
 
ฉบับที่ 38/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยให้เหตุผลประกอบการออกคำสั่งฉบับนี้ว่า “โดยที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นองค์กรที่มีความสําคัญในการป้องกันและปราบปรามการนําเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดมากระทําการในรูปแบบต่าง ๆ อันเป็นการฟอกเงิน เพื่อที่จะนําเงินหรือทรัพย์สินนั้นไปใช้ประโยชน์ในการกระทําความผิดต่อไปได้อีก สมควรปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อให้สามารถทําหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจของประเทศ” โดยให้แก้ไขเงื่อนไขการแต่งตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยลดจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ จากหกคนเหลือเพียงสี่คน และให้เพิ่มเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เข้ามาเป็น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย และให้ยกเลิก “คณะกรรมการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” และให้ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันออกคำสั่งฉบับนี้ ให้พ้นจากตำแหน่ง “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้ประกาศใช้ 
แพทย์ ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีคำสั่งให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมอบหมายให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดําเนินการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการ และเพื่อเป็นหลักประกันว่าหน่วยบริการจะมียา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นและเพียงพอไว้ให้บริการประชาชนและให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างเป็นระบบในระยะยาวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งจัดให้คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการพิจารณากําหนดแนวทางการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปอย่างคุ้มค่า เหมาะสม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
 
+กันยายน 2560
 
8 กันยายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 39/2560 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 10 โดยมีคำสั่งให้ 1.อาวุธ เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในเทศบาลเมืองบางบัวทองชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน 2.วีระชัย ขันรุ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในเทศบาลเมืองบางบัวทองชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และ 3.กัลยา มงคลสกุลกิจ รองปลัดเทศบาลเมืองบางบัวทอง อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหรือสถานที่ราชการอื่นในจังหวัดตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีกําหนด แต่ต้องไม่ใช่เทศบาลเมืองบางบัวทอง
 
13 กันยายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 40/2560 เรื่อง มาตรการรองรับเพื่อให้การดําเนินการเดินอากาศเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยมีคำสั่งให้ สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดข้อห้ามไม่ให้ผู้ดําเนินการเดินอากาศที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ทั้งหมด 12 สายการบิน ทําการบินระหว่างประเทศ ในระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2560 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561
 
วันเดียวกันได้ออก คำสั่งฉบับที่ 41/2560 เรื่อง การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีคำสั่งให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมอบหมายให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดําเนินการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการ และเพื่อเป็นหลักประกันว่าหน่วยบริการจะมียา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นและเพียงพอไว้ให้บริการประชาชนและให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างเป็นระบบในระยะยาวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งจัดให้คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการพิจารณากําหนดแนวทางการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปอย่างคุ้มค่า เหมาะสม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
 
16 กันยายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 42/2560 เรื่อง แก้ไขกฎหมายคนเข้าเมืองเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางสัญชาติไทย โดยมีคำสั่งให้ ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่ตามคำสั่งนี้แทน โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยที่เดินทางเข้าออกประเทศ ไม่ต้องไม่ต้องกรอกข้อมูลในบัตร ตม.6 ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้าออกประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชาวไทย เหลือเพียงต่างด้าวที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยยังคงต้องกรอกข้อมูลในบัตร ตม.6 เช่นเดิม
 
25 กันยายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 43/2560 เรื่อง การแต่งตั้งผู้รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยมีคำสั่งให้ พรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (ผู้มีอาวุโสสูงสุดในตำแหน่งรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน) เป็นผู้รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งครบวาระในวันที่ 24 กันยายน 2560 หรือจนกว่าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้า หรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
 
+ตุลาคม 2560
 
11 ตุลาคม 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 44/2560 เรื่อง การแต่งตั้งผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีคำสั่งให้ สาลินี วังตาล รักษาการผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ้นจากตำแหน่ง และให้สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ดํารงตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยให้มีวาระอยู่ในตําแหน่งสองปี ตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
 
25 ตุลาคม 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 45/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 58/2559 เรื่อง การรับบริการสาธารณสุขของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม โดยมีสาระสำคัญคือ ให้คนพิการที่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม มีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้แสดงความประสงค์ใช้สิทธิเลือกรับประโยชน์ทดแทนหรือรับสิทธิบริการสาธารณสุขได้เพียงสิทธิเดียว โดยให้แสดงความประสงค์เลือกใช้สิทธิหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิที่เลือกได้เป็นรายปี และต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่คนพิการ ให้จ่ายจากกองทุนประกันสังคมและให้งดใช้มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533  ที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของกองทุนประกันสังคม มาใช้บังคับกับการจ่ายเงินดังกล่าว และให้ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับบริการสาธารณสุขของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ออกตามคําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 58/2559 ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจากกระทรวงการคลังกำหนดมีผลใช้บังคับ
 
คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 46/2560 เรื่อง การจัดตั้งสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญคือ ให้จัดตั้งสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่และอํานาจตามที่บัญญัติในกฎกระทรวง ในกรณีมีเหตุจําเป็นฉุกเฉิน ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีอํานาจจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว และมีอํานาจในการขอเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม โดยให้มีผู้อํานวยการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างในสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในระยะเริ่มแรก ให้สํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการดําเนินการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติตามกฎหมายและคําสั่งที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
 
คำสั่งที่หัวหน้าคสช. ที่ 47/2560 เรื่อง ข้อกําหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยมีสาระสำคัญคือกำหนดให้ คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกจัดทํานโยบายและแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินในภาพรวม แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค และแผนการดําเนินงาน รวมทั้งกําหนดหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบดําเนินการในแต่ละกรณี เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อให้ความเห็นชอบ
 
+พฤศจิกายน 2560
 
1 พฤศจิกายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 48/2560 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง  โดยหัวหน้าคสช.เห็นสมควรแต่งตั้งให้ วรานนท์ ปีติวรรณ พ้นจากตําแหน่ง อธิบดีกรมการจัดหางาน และให้ดํารงตําแหน่ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน และให้ อนุรักษ์ ทศรัตน์ พ้นจากตําแหน่ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน และให้ดํารงตําแหน่ง อธิบดีกรมการจัดหางาน แทน
 
3 พฤศจิกายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 49/2560
เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว โดยตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมายผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ผู้อํานวยการสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจพิจารณาแนวทางการดําเนินการ เพื่อให้มีระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561
 
9 พฤศจิกายน 2560 หัวหน้า คสช. ออกคําสั่งฉบับที่  50/2560 แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคสช.  ที่  59/2559 เรื่อง  ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 8 และการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐ การแก้ไขคำสั่งฉบับนี้เป็นการต่ออายุการทำงานให้แก่ นที ขลิบทอง ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุดในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ก่อนหน้านี้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 59/2559 ระบุให้นที ดำรงตำแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนหมู่บ้านฯต่อไปตั้งแต่วันที่บังคับใช้คือ 29 กันยายน 2559 ถึง 5 พฤศจิกายน 2560 ในคำสั่งระบุเหตุผลการต่ออายุการทำงานครั้งนี้ว่า การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านเป็นไปด้วยดีและการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงานจึงให้นที อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกปี  การแก้ไขคำสั่งเพิ่มเติมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคำสั่งออก 1 ปี 12 วัน  
 
22 พฤศจิกายน 2560 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 51/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวหลายมาตรา เช่น เพิ่มขอบเขตนิยามคำว่า 'การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร' ให้รวมเรื่อง การป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟู การเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปด้วย
นอกจากนี้ ยังแก้ไขสัดส่วนคณะกรรมการอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมไปถึงให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่ เสนอแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานและดําเนินการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยแผนและแนวทางนั้นต้องคํานึงถึงความสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ ให้สํานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นไปตามแผนและแนวทางนั้นด้วย และเพิ่มอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรรมการ กอ.รมน. เป็นต้น
 
ในวันเดียวกัน หัวหน้าคสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 52/2560 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง โดยหัวหน้าคสช.เห็นสมควรแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้การปฏิบัติงานของสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ตลอดจนการปฏิรูประบบชลประทานของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยให้ สมเกียรติ ประจําวงษ์ พ้นจากตําแหน่ง อธิบดีกรมชลประทาน และให้ดํารงตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ โดยให้เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสํานักนายกรัฐมนตรี และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และให้ ทองเปลว กองจันทร์ พ้นจากตําแหน่ง รองอธิบดีกรมชลประทาน และดํารงตําแหน่ง อธิบดีกรมชลประทาน แทน
 
+ธันวาคม 2560
 
22 ธันวาคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สาระสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ คือ การแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ  (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เพื่อเพิ่มเติมเงื่อนไขกับสมาชิกพรรคการเมืองเก่าให้ต้องดำเนินการแจ้งความเป็นสมาชิกต่อหัวหน้าพรรค และขยายกรอบเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินงานธุรการโดยการต้องขออนุญาตจาก คสช. ก่อน และกำหนดเงื่อนไขปลดล็อกพรรคการเมือง เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประกาศใช้
 
30 ธันวาคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 54/2560 เรื่อง การจุดพลุในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่มาของคำสั่งฉบับนี้เนื่องจากเคยมีคําสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 27/2559 สั่งห้ามให้จุดและปล่อย บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือ วัตถุอื่นที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพมหานครหรือนายอำเภอในแต่ละท้องที่ เพื่อให้การฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ขัดต่อคำสั่งฉบับเดิม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและรักษาความมั่นคงของประเทศ จึงออกคำสั่งให้จุดพลุในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จนถึงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2560 โดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้อํานวยการเขตในกรุงเทพมหานคร หรือนายอําเภอแห่งท้องที่ 
โดยมีเงื่อนไขว่า สถานที่จุดพลุต้องปลอดภัย ไม่ใกล้เขตพระราชฐาน แหล่งเชื้อเพลิง โรงพยาบาล สนามบิน ขนาดของพลุที่จุดได้ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อไม่เกิน 12 นิ้ว ผู้จัดต้องมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย
 
แต่บั้งไฟ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือ วัตถุอื่นที่คล้ายคลึงกัน ยังคงต้องขออนุญาตตามคำสั่งเดิม ซึ่งหากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจํา ทั้งปรับ