NLA Weekly (24 - 30 มีนาคม 2561): รัฐบาลทุ่มงบ 1.3 แสนล้าน ดันการปฏิรูป หลัง สนช. รับทราบแผนปฏิรูปประเทศแล้ว

NLA Weekly (24 - 30 มีนาคม 2561): รัฐบาลทุ่มงบ 1.3 แสนล้าน ดันการปฏิรูป หลัง สนช. รับทราบแผนปฏิรูปประเทศแล้ว

เมื่อ 1 เม.ย. 2561
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุผลิกผันแบบ 360 องศา หลังสนช. ล่ารายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งที่ตอนแรกมีข่าวคราวว่าจะให้เป็นหน้าที่นายกฯ ในการพิจารณายื่นศาลตีความ นอกจากนี้ สภายังมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้กฎหมายธนาคารอิสลาม และรับทราบแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เดินหน้าการปฏิรูปภายใต้งบ 1.3 แสนล้านบาท
 
ด้านพรรคการเมืองเตรียมเริ่มยืนยันสมาชิกเก่าหลัง 1 เมษายนตามคำสั่งหัวหน้าคสช. 53/2560 ในขณะเดียวกันก็ส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากสร้างภาระต่อพรรคการเมืองมากจนเกินไป
 
26 มีนาคม 2561
 
"วิษณุ"ยันรัฐบาลไม่ทบทวนร่างพรบ.งบประมาณ
 
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลิกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 61 วงเงิน 1.5 แสนบาท โดยระยุว่าขัดรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีนี้ก็เช่นกัน คนนี้ก็สงสัย คนนั้นก็สงสัย หลายร้อยหลายพันเรื่อง ใครสงสัยก็ช่วยหาวิธีการทำให้เขาหายสงสัย อย่าโยนมาที่รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้สงสัย
 
ส่วนที่มีการเทียบเคียงกับร่างพรบ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ สมัยปี 47 ที่ยังไม่มีการตรากฎหมาย แต่มีการของบประมาณไว้ล่วงหน้า นายวิษณุ กล่าวว่า มันไม่เหมือนกัน เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญและบังเอิญตนก็ไม่สงสัย ใครที่สงสัยก็ช่วยคิดให้จบกระบวนการ ช่วยนึกต่อไปว่า เมื่อสงสัยแล้วจะทำอย่างไรให้ข้อสงสัยนั้นสิ้นสุด ไม่ใช่สงสัยแล้วให้คนอื่นมาแก้ข้อสงสัยให้ตัวเอง เรื่องนี้คงไม่มีการทบทวนอะไร
 
ที่มา: คมชัดลึก
 
27 มีนาคม 2561
 
นายกฯ วอน 'ศาลรธน.' ตีความ กม.ส.ส. ให้อยู่ในกรอบ 'โรดแมพ'
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการส่งร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าอาจขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ ว่า วันนี้รัฐบาลได้รับร่าง พ.ร.ป.ฉบับดังกล่าวมาแล้ว และเรายังมีเวลาในการพิจารณา ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อถวายในการลงพระปรมาภิไธย ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 12 เม.ย.นี้ 
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ ว่าควรจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม กำหนดการเลือกตั้งก็ยังคงอยู่ภายใต้โรดแม็พที่วางไว้ และหากมีการยื่นตีความก็จะไม่น่าจะช้าเกินไป ก็จะขอความกรุณาให้ศาลฯ รับเรื่องกฎหมายลูกไปเป็นประเด็นสำคัญ ก็ขอให้ช่วยรัฐบาลดูแลให้อยู่ในกรอบของโรดแม็พรัฐบาลขอยืนยันในโรดแม็พของเรา เรื่องดังกล่าวถือเป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย ที่ผ่านมาอาจจะมีเจตนาดีและหวังเพื่อว่าจะให้เร็วขึ้นตามที่กระแสสังคมต้องการ แต่พอมีปัญหามากๆ ตนเองก็ไม่อยากนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะไม่ต้องการให้มีปัญหาในช่วงขั้นตอนดังกล่าว
 
 
สนช.ยันยันไม่ล่าชื่อตีความร่าง กม.ส.ส.
 
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าจะพิจารณาเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ว่าจะสมควรยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า เป็นประเด็นที่นายกฯ ต้องพิจารณา ส่วนนายกฯ จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ขณะนี้ทางสนช. ยังไม่มีความเคลื่อนไหว หรือการล่าชื่อเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
 
 
29 มีนาคม 2561
 
27 สนช.ลงชื่อยื่นศาลรธน.ตีความร่าง กม.ส.ส. แล้ว
 
กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่าตนและสมาชิกสนช. รวม 27 คน ได้ยื่นหนังสือถึง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ใน 2 ประเด็น คือ การตัดสิทธิ์ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายการเมือง และ การลงคะแนนแทนผู้พิการ ทุพพลภาพ และคนชราว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากที่รวบรวมรายชื่อจนครบจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดเมื่อช่วงเช้า วันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมาโดยมี สนช. ที่มียศเป็นทหารร่วมลงชื่อด้วย แต่ตนถือเป็นคนชั้นผู้น้อยจึงเปิดเผยชื่อไม่ได้ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการยื่นตีความครั้งนี้จะไม่กระทบโรดแม็พเลือกตั้งอย่างแน่นอน
 
 
"สนช." รับทราบ ร่างแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้านระยะ 5 ปี วงเงินสูง 1.3 แสนล้านบาท
 
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับทราบเนื้อหาของร่างแผนการปฏิรูปประเทศ  11 ด้าน ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยไม่มีผู้ใดอภิปรายทักท้วงหรือแก้ไขปรับปรุง โดยขั้นตอนจากนี้ไปคือเตรียมเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้บังคับ
 
ทั้งนี้ ในแผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้านนั้นมีความน่าสนใจไม่น้อยต่อเนื้อหาที่กำหนดแผนการปฏิรูปในแนวทางต่างๆ และงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ ที่แผนปฏิรูประยะ 5 ปีต้องใช้งบประมาณเป็นมูลค่าสูงกว่า 131,519.6 ล้านบาท 
 
ที่มา: คมชัดลึก
 
30 มีนาคม 2561
 
ผู้ตรวจการฯยื่นศาลรธน.ตีความคำสั่งหัวหน้าคสช.53/60
 
รักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องร้องเรียนขอให้พิจารณาคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ 
 
โดยผลการประชุมมีมติว่า คำสั่งคสช.ที่ 53/2560 มีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายอื่น และสร้างภาระรวมถึงลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนและพรรคการเมือง เช่น การแก้ไขให้สมาชิกพรรคยืนยันความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกพรรคต่อไปและยืนยันด้วยเอกสารว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องภายใน 30 วัน ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงต้องพิจารณาตามคำร้องของผู้ร้อง
 
ที่มา: คมชัดลึก
 
สนช. เห็นชอบประกาศ่ใช้ พ.ร.บ.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 
 
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม มีมติประกาศให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเห็นด้วย 164 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 3 เสียง จากจำนวนผู้เข้าประชุม 167 คน
 
ซึ่งการแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 ในครั้งนี้ แก้ไขเพียงประเด็นเดียวคือ ให้กระทรวงการคลังสามารถถือครองหุ้นของธนาคารเกินร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่ได้จำหน่ายแล้วทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถปรับโครงสร้างทางการเงินได้อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการดำเนินงานของธนาคารและสรรหาพันธมิตรที่เหมาะสมเข้าร่วมทุนต่อไป
 
 
ศาล รธน.รับวินิจฉัย ก.ม.ลูก ส.ว.
 
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญกรณีสมาชิก สนช. 30 คนยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 91-มาตรา 96 ในบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กำหนดให้ในวาระเริ่มแรกของ ส.ว. มีจำนวนกลุ่มผู้สมัคร วิธีการสมัครและกระบวนการเลือก แตกต่างไปจากการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามบททั่วไป มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่
 
โดยศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาและแจ้งให้ประธาน สนช.รับทราบ และพิจารณามอบหมายให้ผู้แทน สนช. ที่ลงมติในวาระ 3 รวมทั้งให้นายกิตติ วะสีนนท์ ผู้แทนของผู้เสนอความเห็น ประธาน กรธ. และประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาล ภายในวันที่ 18 เม.ย.
 
ที่มา: ไทยรัฐ