คุยกับ "รูน" มัทนา อัจจิมา สมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง: ทำไมการชุมนุมจึงเป็นหน้าที่

คุยกับ "รูน" มัทนา อัจจิมา สมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง: ทำไมการชุมนุมจึงเป็นหน้าที่

เมื่อ 7 ก.ค. 2561
ตลอดสี่ปีหลังการรัฐประหาร สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่าง ‘เสรีภาพในการชุมนุม’ ได้ถูกจำกัดไว้ ทั้งที่การชุมนุมเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น การชุมนุมเพื่อให้รัฐรับฟังข้อเรียกร้อง ชุมนุมเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาจากนโยบายของรัฐบาล กฎหมายจากสภา การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐ หรือสร้างการตระหนักรู้ให้กับคนในสังคมถึงปัญหาต่างๆ
 
ภายใต้การบังคับใช้ ประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้าคสช. (มาตรา 44) เช่น ประกาศคสช. ฉบับที่ 7/2557 และ คำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ประชาชนไม่สามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมได้ จากข้อมูลของไอลอว์พบว่า มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการออกมาชุมนุมโดยสงบอย่างน้อยแล้ว 421 คน
 
"รูน" มัทนา อัจจิมา คือ หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีเหล่านั้น จากการไปร่วมชุมนุมในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ไอลอว์จึงขอพูดคุยกับเธอ เพื่อทำความเข้าใจความคิด ความเชื่อ และแรงผลักดันที่ทำให้เธอออกไปชุมนุมหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงผลกระทบหลังเป็นผู้ต้องหาทางการเมือง
 
อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่า ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้ต้องหาคดีชุมนุม ชีวิตปกติทำอะไรอยู่?
 
พี่เป็นคนธรรมดา ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ทำงานบริษัท ที่บ้านมีกิจการเล็กๆอยู่ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำงานแล้ว เพราะหลังจากรัฐประหารได้ปี 2 ปี บริษัทเกิดปัญหาเนื่องจากรัฐประหารเนี่ยแหละ จึงได้ปลดพนักงาน แล้วพี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
 
ปกติเป็นคนที่สนใจเรื่องการเมืองมากน้อยแค่ไหน?
 
พี่สนใจการเมืองมานานแล้ว เพราะพี่เรียนรัฐศาสตร์มันจึงซึมซับมาเรื่อยๆ แต่ก็ได้แค่ติดตามข่าวสารตามหนังสือพิมพ์ ทีวี แล้วพี่ก็เป็นคนชอบงานเสวนา ชอบไปฟังวิชาการเกี่ยวกับการเมือง ก็ติดตามข่าวสารมาเรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงการออกมาร่วมชุมนุมทางการเมือง พี่ออกมาชุมนุมตั้งแต่ปี 52-53 ที่ชุมนุมกับกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ตอนนั้นยังทำงานบริษัทอยู่ เมื่อเลิกงานก็จะไปร่วมชุมนุมกับเพื่อนๆ เหตุผลที่พี่เข้าร่วมชุมนุมเพราะพี่ไม่ชอบรัฐบาลจากค่ายทหาร พี่ต้องการให้ยุบสภาเท่านั้นเองจึงเข้าร่วม เพราะมองว่ามันไม่เป็นประชาธิปไตยค่ะ
 
อะไรที่เป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจออกมาร่วมการชุมนุม?
 
พี่คิดว่าเป็นเพราะเห็นความไม่เป็นธรรมบางอย่าง เพราะในช่วงนั้นมีรัฐบาลทักษิณ แล้วพี่มองว่าเขาโดนกระทำหลายอย่าง แล้วก็การบริหารบ้านเมืองของเขาทำให้คนรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้ แล้วมาถูกโค่นล้มสมัยปี 49 จริงๆพี่สนใจมานานแล้วนะคะ เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้ร่วมด้วย แล้วจึงมาชุมนุมจริงจังช่วงปี 53
 
แล้วมาพอมาปี 57 ที่มีการรัฐประหารอีกครั้ง ได้เข้าร่วมชุมนุมทีไหนอีกไหม?
 
พี่เข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คือพี่เข้าร่วมไม่ว่าที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นหอศิลป์(หอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ) สกายวอล์ค (ทางเชื่อมรถไฟฟ้าสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) เมื่อมีกลุ่มที่ต่อต้านเผด็จการรัฐประหารพี่จะเข้าร่วมเสมอ แล้วก็มีการไปชูสามนิ้วที่เทอร์มินอล(ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล21) พี่ก็เข้าร่วมด้วย
 
ในตอนนั้นมีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ และได้มีทหารประจำการจุดต่างๆ มันทำให้รู้สึกกังวลหรือกลัวอะไรบ้างไหม?
 
ไม่ได้คิดเลย คิดแค่ว่าความรู้สึกเราตอนนั้นต้องออกไปไม่ใช่แค่เราคนเดียว เพื่อนๆหลายคน คนที่เรารู้จักเขาก็ออกไป ทำไมเราจะไม่ออกไปเพราะในเมื่อเราไม่ชอบเผด็จการ เราต่อต้านรัฐประหาร พี่ต้องออกไปค่ะไม่รู้สึกกลัว
 
แล้วพอออกไปชุมนุมเรื่อยๆ เคยโดยคดีจากการต่อต้านรัฐประหารอะไรบ้างไหม ก่อนที่จะมีกิจกรรมคนอยากเลือกตั้ง
 
ไม่เคยโดนคดี แต่ตอนไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์กับจ่านิว (สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์) พี่เป็น 17 คนแรกที่โดนขึ้นรถทหารไปกักตัวที่แถวพุทธมณฑลตั้งแต่เที่ยงและถูกปล่อยตัวประมาณหนึ่งทุ่ม กลุ่มของพี่จะเป็นกลุ่มที่ต้องเซ็น MOU (ข้อตกลงห้ามชุมนมตามประกาศคสช.) พี่อยู่ในชุดรถทหารคันแรกก็จะโดนแค่นี้ เพราะตอนนั้นพี่ยอมเซ็นข้อตกลงไป
 
ตอนถูกพาตัวขึ้นรถทหารมาที่พุทธมณฑล รู้สึกกังวลถึงความปลอดภัยอะไรไหม?
 
พี่ไม่กังวลนะ เพราะเพื่อนเยอะเพื่อนหลายคน แต่มีกังวลเล็กๆเพราะมีข่าวออกโทรทัศน์ กลัวทางบ้านเห็น แล้วทางบ้านก็ไลน์เข้ามาถามว่าทำอะไรอยู่ ต้องบอกนิดนึงว่าทางบ้านแนวคิดทางการเมืองตรงข้ามกับพี่ พี่ก็บอกว่าไม่มีอะไรเดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว
 
การเซ็น MOU จะทำให้มีข้อผูกมัดต่างๆ ถ้าผิด MOU ก็จะถูกดำเนินคดี แล้วทำไมยังออกมาชุมนุมอีก?
 
พี่ก็เพิ่งทราบวันนั้นเลย คือมันมีระบุว่า ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ห้ามออกนอกประเทศ แต่ก็ออกทุกวันหลังจากวันนั้น อยู่ไม่ได้ต้องออกไป ไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่น้องๆจัดกันพี่ก็ออกไป MOU ก็เอาพี่ไม่อยู่หรอก (หัวเราะ)
 
หลังจากเหตุการณ์ที่เดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ แล้วมีคดีอื่นอีกหรือเปล่า?
 
คดี MBK39 พี่โดนที่สกายวอล์ค 
 
วันนั้นไปทำอะไรบ้าง?
 
พี่ตั้งใจไปร่วมกิจกรรมกับน้องๆเลย วันนั้นพี่ถือป้าย ปกติเวลาพี่ไปร่วมกิจกรรมพี่ก็จะอยู่กับน้องๆหน้าด่านแรกๆ ช่วยเขาเท่าที่ช่วยได้ แต่ไม่คิดว่าจะโดน เพราะมีการจัดกิจกรรมตรงนั้นหลายครั้งแล้ว เป็นครั้งแรกที่โดนก็แปลกใจ พี่ก็เป็นแนวร่วมถือป้าย แจกเอกสาร
 
แล้วมาทราบว่าตัวเองถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมดังกล่าวตอนไหน?
 
 ตอนนั้นพี่ไปให้กำลังใจกลุ่ม we walk ที่คลองหลวง แล้วเพื่อนๆก็คุยกันว่าเขามีการเรียกตัวที่ไปMBK39 มีรายชื่อออกมา พี่ก็ลุ้นว่าจะมีชื่อเราไหม ก็ไม่คิดว่าจะมีแต่ก็ลุ้นๆ แล้วปรากฏว่ามีชื่อเราด้วย ก็ขำๆกันว่าเราไม่เคยโดนทำไมโดน
 
พอทราบว่าตัวเองมีชื่อในหมายเรียกแล้วทำยังไงต่อ?
 
พี่รู้สึกกังวล ไม่อยากให้ที่บ้านรู้จึงต้องรอเฝ้ารับหมายเรียกเอง กลัวว่าที่บ้านจะมาเห็น(หัวเราะ)
 
แล้วสรุปบ้านรู้หรือเปล่าครับว่าถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม?
 
ไม่รู้ๆ พี่โดนเรียก4หมายแล้ว ที่บ้านก็ยังไม่มีใครรู้ หลังจากที่พี่โดนหมายเรียกแล้วพี่ก็ยังออกไปร่วมชุมนุมอยู่ เพราะพี่คิดว่าพี่มี ‘หน้าที่’ ต้องไปพี่คิดว่าพี่ทำถูกแล้ว
 
ปกติการชุมนุมเป็นสิทธิ แต่ทำไมพี่ถึงคิดว่าพี่มีหน้าที่ต้องไป?
 
เพราะรัฐบาลที่เราเลือกมาโดนคุณโค่นล้ม 1 สิทธิ 1 เสียงของเรา พี่คิดว่ามันคือหน้าที่ของพี่สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในการต่อต้าน
 
ทุกครั้งที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมคาดหวังอะไร และคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างไหม?
 
ถ้าถามพี่ พี่ไม่รู้หรอกว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยพี่อยากมีส่วนร่วมในตรงนี้ ใช้สิทธิของพี่ พี่ขอใช้พลังบวกหนึ่ง เอาหนึ่งพลังของพี่ไปเติมในทุกๆที่ ที่มีการเรียกร้องอะไรก็ตามแต่
 
นอกจากคดี MBK39 มีคดีอะไรตามมาอีกไหม?
 
คดี MBK39 คือหมายที่1 แล้วก็คดี RDN50 (การชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่ราชดำเนิน) ตอนนั้นพี่ว่าพี่ก็ยืนเฉยๆไม่ได้ทำอะไรนะ พี่อยากรู้ว่าถ้าพี่ยืนเฉยๆจะโดนไหม แล้วก็โดน แล้วก็คดี ARMY57 (การชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่หน้ากองทัพบก)  พี่คิดว่าพี่โดนชัวร์ๆ เลย เพราะพี่เดินร่วมทำกิจกรรมเดินไปถึงกองทับบก แล้วก็ล่าสุด UN62 การชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่หน้าอาคารสหประชาชาติ) วันนั้นฝนตกเขากั้นไว้ไปไหนไม่ได้ จนพี่ทนไม่ไหวอ้อมไปด้านหลังเพื่อหาทางออกจากธรรมศาสตร์
 
ตลอดการชุมนุมที่ผ่านมา โดนมาถึง 4 คดี อยากทราบว่าเกิดผลกระทบอะไรบ้าง มีปัญหาอย่างไรบ้าง?
 
พี่คิดว่าทำให้เสียเวลา ส่วนเรื่องครอบครัวยังไม่มีปัญหาเพราะยังไม่รู้ พี่ก็คิดว่าจะยืนพื้นจนนาทีสุดท้ายนะ(หัวเราะ) ยังไม่อยากให้รู้
 
ถ้าในอนาคตคำสั่งห้ามการชุมนุมทางการเมืองนี้ถูกยกเลิกไป พี่คิดว่ามันจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นบ้าง?
 
ประเทศมันดีขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว เราสามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ ตอนนี้นี่เราไม่ได้แค่ถูกจำกัดสิทธินะพี่ว่าตอนนี้เราไม่มีสิทธิเสรีภาพเลย อย่างน้อยเราไม่พอใจอะไรเห็นอะไรไม่ถูกไม่ชอบเราออกไปถือป้ายเรียกร้องได้ไม่โดนจับไม่ถูกหมายเรียก ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของเรา
 
 
รายการเต็มๆ มีมากกว่านี้ ติดตามได้ที่