รวมผลงาน การใช้อำนาจมาตรา 44 ปี 2561

รวมผลงาน การใช้อำนาจมาตรา 44 ปี 2561

เมื่อ 1 มิ.ย. 2561
 
 
 
+มกราคม 2561
 
15 มกราคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 1/2561 เรื่อง การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ มีสาระสำคัญคือ ให้ยกเว้นการใช้บังคับ (18) ของมาตรา 17 คือยกเว้นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 ในส่วนของการกําหนดราคาขายน้ำตาลทราย เพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2560 /2561 ถึงฤดูการผลิตปี 2561 /2562 และให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดําเนินการแก้ไข หรือปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยอ้อยและน้ำตาลทรายให้สอดคล้องกับแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ พ.ศ. 2559-2564  ที่เห็นชอบด้วยคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 
 
22 มกราคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 2/2561 เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีสาระสำคัญคือ ให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และให้ใช้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ ในการปฏิบัติงานช่วงแรก มีการกำหนดภาคกิจของตำแหน่งต่างๆในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพื่อให้พ้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และให้สำเริง แสงภู่วงค์ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนำแห่งชาติ   
 
+มีนาคม 2561
 
13 มีนาคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งฉบับที่ 3/2561 เรื่อง แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีสาระสำคัญคือ ให้แต่งตั้งกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
 
20 มีนาคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2561 เรื่อง ให้กรรมการการเลือกตั้งยุติการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ สั่งให้ สมชัย ศรีสุทธิยากร หยุดปฏิบัติหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการและกําหนดการการเลือกตั้ง และสมชัยสมัครเข้าเป็นเลขาธิการ กกต. ชุดใหม่ โดยไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อน ซึ่งถือเป็นการกระทําที่เข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และยังถือโอกาสในการออกคำสั่งครั้งนี้แถมข้อกำหนดด้วยว่า หากกรรมการที่เหลืออยู่อีกสี่คนอายุครบเจ็ดสิบปี ก็ให้อยู่ในตำแหน่งไปก่อนจนกว่าจะได้ชุดใหม่เข้าทำหน้าที่แทน
 
29 มีนาคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งฉบับที่ 5/2561 เรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 105/2557 สั่งให้ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล พ้นจากตําแหน่ง กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กํากับดูแลงานของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
 
+เมษายน 2561
 
11 เมษายน 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งฉบับที่ 6/2561 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2560 โดยมีคำสั่งให้แก้ไขรายชื่อกรรมการในคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่งตั้งให้ กุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานกรรมการ กวิน ทังสุพานิช, นาวาอากาศเอก ธนากร พีระพันธุ์, พชร อนันตศิลป์, เพ็ญจันทร์ จริเกษม, วรวุฒิ มาลา, สุพจน์ เหล่าสุอาภา, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์ และอารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์ เปนกรรมการในคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย
 
24 เมษายน 2561 หัวหน้าคสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งฉบับที่ 7/2561 เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สั่งให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งได้ดําเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้าคสช. จะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่จําเป็นไปก่อนต่อไป และในระหว่างนี้หากกรรมการฯ พ้นจากตําแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการฯ คงเหลือเท่าที่มีอยู่
 
ในวันเดียวกันหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่  8/2561 เรื่อง ยกเลิกบทบัญญัติบางประการในคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่าด้วย การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม โดยเนื่องจากได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 แล้ว จึงให้ยกเลิกกฎหมายบางข้อที่กำหนดไว้ในคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่าด้วย การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ที่อยู่ในคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 10/2558 , 24/2558 และฉบับที่ 48/2558 เพื่อป้องการการทับซ้อนของกฎหมาย
 
+พฤษภาคม 2561
 
23 พฤษภาคม 2561 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งฉบับที่ 9/2561 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่สุจริต โดยกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิตอลที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้ยื่นขอพักชำระหนี้กับกสทช. กำหนดกรอบไม่เกิน 3 ปี และให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าดอกเบี้ยไปพลางก่อน
 
ทั้งนี้ หากผู้รับใบอนุญาตเจ้าใดไม่ประกอบธุรกิจหรือดำเนินธุรกิจตามกรอบของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551  ให้สำนักงาน กสทช. มีหน้าที่ตรวจสอบ และ พิจารณายกเลิกการพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
 
นอกจากนี้ ให้กสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยของกสทช. จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นเวลา 24 เดือน นับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้กรมประชาสัมพันธ์อาจมีเงินรายได้จากการโฆษณาได้เท่าที่จําเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการ ตามวัตถุประสงค์โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากําไรทางธุรกิจ ทั้งนี้ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป