เลือกตั้ง 62: หลักเกณฑ์ 21 ข้อ ที่อาจใช้สั่งยุบพรรคการเมือง

เลือกตั้ง 62: หลักเกณฑ์ 21 ข้อ ที่อาจใช้สั่งยุบพรรคการเมือง

เมื่อ 9 ก.พ. 2562

 

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้กติกาตามรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายลูกที่ออกตามมา ซึ่งล้วนร่างขึ้นและประกาศใช้โดย คสช. และองค์กรต่างๆ ของ คสช. เพื่อวางกรอบบีบรัดให้พรรคการเมืองพบกับความยากลำบากในการลงสนามเลือกตั้ง 
 
 
 
 
หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งที่พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับ คสช. ล้วนหวาดกลัวทำให้ต้องเล่นเกมหลบหลีกสารพัด คือ การ "ยุบพรรคการเมือง" ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่เขียนหลักเกณฑ์การยุบพรรคการเมืองไว้ เช่น พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 (กฎหมายพรรคการเมือง) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (กฎหมายเลือกตั้ง) รวมทั้งรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย
 
หลักเกณฑ์ที่จะทำให้พรรคการเมืองถูกสั่งยุบพรรคได้ มีดังนี้
 
1. ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (1))
 
2. มีจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองน้อยกว่า 5,000 ติดต่อกันเป็นเวลา 90 วัน หลังจดทะเบียนพรรคการเมืองได้ 1 ปี (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (2))
 
3. มีจำนวนสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคน้อยกว่า 1 สาขา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (3))
 
4. ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (4))
 
5. ไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกันหรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (5))
 
6. มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (6))
 
7. พรรคการเมืองเลิกตามข้อบังคับ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 91 (7))
 
8. กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(1))
 
9. กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(2))
 
10. พรรคการเมืองดำเนินกิจการลักษณะหากำไรมาแบ่งปันกัน (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 20)
 
11. ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกพรรค ควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 28)
 
12. ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 30)
 
13. จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนประจำจังหวัดนอกราชอาณาจักร (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 36)
 
14. รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 44)
 
15. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 45)
 
16. เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น เพื่อให้บุคคลอื่นได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือในหน่วยงานของรัฐ  (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 46)
 
17. รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 72)
 
18. รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น จากผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย บริษัทต่างชาติ คณะบุคคลที่ได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92(3), 74)
 
19. ถ้าพรรคการเมืองเป็นผู้กล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า กระทำความผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นการกล่าวหาที่เป็นความเท็จ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 101)
 
20. หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ได้ยับยั้ง กรณีที่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม (กฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 132 วรรคสาม)
 
21. เรียกหรือรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นได้เพื่อส่งผู้สมัคร หรือไม่ส่งผู้สมัคร อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต (กฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 75, 158)
 
การพิจารณายุบพรรคการเมืองนั้น จะเป็นหน้าที่ขององค์กรสององค์กรได้แก่ หนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้วินิจฉัย ในกรณีที่พรรคดำเนินการขัดต่อหลักเกณฑ์ตามข้อ 1 ถึง 7 กับ สอง ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ในกรณีที่พรรคดำเนินการขัดต่อหลักเกณฑ์ตามข้อ 8 ถึง 21 ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นด้วย โดยไม่ได้กำหนดเวลาว่าให้ตัดสิทธิเป็นเวลานานเท่าใด
 
นอกจากนี้ หากพรรคการเมืองใดถูกยุบพรรค ให้คณะกรรมบริหารพรรคที่ถูกยุบห้ามไปจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมในการจัดพรรคใหม่ ภายในเวลา 10 ปี หลังวันที่มีคำสั่งยุบพรรค