Multimedia

90 ปี อภิวัฒน์สยาม : ยิ่งลบ ยิ่งจำ

See video
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2489 หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกกันว่า "หมุดคณะราษฎร" ถูกฝังที่ในบริเวณข้างลานพระบรมรูปทรงม้า หรือบริเวณที่พระยาพหลฯ ยืนอ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 
 
แม้การอภิวัฒสยามจะผ่านไป 90 ปี แล้ว แต่ปัจจุบันความพยายามที่จะลบความทรงจำของคณะราษฎรออกไปจากสังคมไทย ยังคงอยู่

ระบบเครือญาติส.ว.ชุดพิเศษ

See video
ต้นทุนของการมีวุฒิสภาแต่งตั้งไม่ได้มีเพียงการต้องจ่ายค่าตอบแทนหลักแสนต่อเดือนให้กับสมาชิกทั้ง 250 คนเท่านั้น แต่งบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชนยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของ “คณะทำงาน” ของ ส.ว. แต่ละคนด้วย เมื่อได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้ว ส.ว. แต่ละคนจะมีสิทธิในการแต่งตั้งคณะทำงานของตัวเองเข้ามาช่วยงานได้สูงสุดแปดคน โดยแต่ละคนก็จะได้รับค่าตอบแทนรายเดือนหลักหมื่นบาท ยังไม่นับรวมสวัสดิการอื่น ๆ อีกมากมาย
 
จากข้อมูลคณะทำงาน ส.ว. ทั้ง 250 คน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 พบว่า ส.ว. มีการแต่งตั้งเครือญาติของตัวเองเข้ามาเป็นคณะทำงานมากกว่าครึ่งร้อย ไม่ว่าจะผ่านการแต่งตั้งทางตรง คือแต่งตั้งให้ญาติเข้ามาเป็นคณะทำงานของตัวเอง หรือการนำญาติของตัวเองไป “ฝากเลี้ยง” กับ ส.ว. คนอื่น รวมถึงยังพบคนในเครื่องแบบทั้งทหารและตำรวจอีกกว่าครึ่งพัน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ คสช. และนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลอีกหลากหลายคน เรียกได้ว่าการแต่งตั้งคนใกล้ชิดเพื่อมารับค่าตอบแทนรายเดือนยังคงทำเป็น “อุตสาหกรรม” ขนาดใหญ่ไม่ต่างจากในยุคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพียงแต่ซ่อนรูปอยู่ใน ส.ว.แต่งตั้ง ที่เครือญาติคนรู้จักยังได้ประโยชน์อย่างมหาศาลอยู่เช่นเดิม

"สมรสเท่าเทียม" สิทธิที่ทุกคนควรได้รับ

See video
8 มิถุนายน 2565 สภาผู้แทนราษฎรมีนัดพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ซึ่งเสนอโดยส.ส.พรรคก้าวไกล
 
ร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ถูกเสนอขึ้นเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกำหนดให้การสมรสทำได้แค่เฉพาะ “ชาย-หญิง” ตามเพศที่ระบุในทะเบียนราษฎรเท่านั้น โดยแก้ไขเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องเพศในการสมรส ไม่ว่าจะเป็น “บุคคล” เพศใด ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และมีสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามกฎหมาย
 
นอกจาก ร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ฉบับที่เสนอโดยพรรคก้าวไกลแล้ว ยังมีร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม อีกหนึ่งฉบับ ที่ภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อ ใช้สิทธิในการเสนอกฎหมาย เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ต่อไป ขณะนี้ ร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ภาคประชาชน กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมรายชื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้มีผู้ร่วมลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ภาคประชาชน ทะลุ 320,000 รายชื่อแล้ว สามารถร่วมลงชื่อเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับภาคประชาชน ให้เข้าสู่สภาได้ที่ https://www.support1448.org/  
 
อย่างไรก็ดี วันนี้ (7 มิถุนายน 2565) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เพิ่งจะเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต เพื่อเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต เป็นร่าง “กฎหมายแยก” ออกมาอีกหนึ่งฉบับ กำหนดเรื่องการจดทะเบียน “คู่ชีวิต” สำหรับผู้ที่มีเพศกำเนิดเพศเดียวกันโดยเฉพาะ ทั้งนี้ คู่ชีวิตมีสิทธิบางประการเหมือนกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิการรับบุตรบุญธรรม การรับมรดก แต่สถานะทางกฎหมายจะเป็น “คู่ชีวิต” ซึ่งส่งผลให้คู่ชีวิตอาจไม่ได้รับสิทธิบางประการเทียบเท่าคู่สมรส ต้องรอให้รัฐแก้ไขกฎหมายรับรองสิทธิอื่นต่อไป เช่น สิทธิในการรับสวัสดิการของเจ้าหน้าที่รัฐ
 
8 มิถุนายน 2565 นี้ จึงเป็นนัดชี้ชะตาของร่างกฎหมายที่กำหนดสิทธิก่อตั้งครอบครัวสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ว่าท้ายที่สุด เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับเลือกจากประชาชนโดยตรง จะเห็นด้วยกับการแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้มี #สมรสเท่าเทียม หรือจะคว่ำข้อเสนอดังกล่าว แล้วหันเหไปรับหลักการร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่เสนอโดยครม.
 
 

Reaction นโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ

See video
นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา กรุงเทพมหานคร กลายเป็นหนึ่งในที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะอย่างต่อเนื่อง และหลายครั้งเจ้าหน้าที่รัฐมีการใช้กำลังหรือความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ดังนั้น การทำหน้าที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนจึงเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  
 
ในวาระที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ใกล้เข้ามาทุกขณะ iLaw จึงชวน "รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล" จากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มานั่งดูนโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะมีวิธีการจัดการและดูแลการชุมนุมสาธารณะอย่างไร
 
หมายเหตุ: เนื้อหานโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาจากเวที"กรุงเทพ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" เวทีเปิดแนวคิดผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่ร่วมจัดโดย ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สโมสรนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตรีคอเดอร์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มูลนิธิอิสรชน กลุ่มเส้นด้าย และ Mob Data Thailand สำนักข่าว The Reporters ข่าว 3 มิติ และ AIS PLAY

เมื่อตะวันส่องฟ้า

See video
ทำความรู้จักทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” ถูกแจ้งข้อหาคดีมาตรา 112  สองคดีจากการ “ยืนไลฟ์สดเฝ้ารับขบวนเสด็จ” และการติดสติ๊กเกอร์ทำโพล “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่”
 
นอกจากนั้นยังมีคดี มาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น”,  ข้อหาต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงาน, ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

หยุดอ้างโควิด ปิดปากประชาชน EP.02

See video
ฟังเสียงส่วนหนึ่งของผู้ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน #พรกฉุกเฉิน จาก 1,445 คน เล่าประสบการณ์ ทำอะไรบ้างถึงถูกดำเนินคดี
พวกเขาได้สร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณสุข หรือพวกเขาเพียงแค่ยืนข้างทางการเมืองที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ
 
 

“หยุดอ้างโควิด ปิดปากประชาชน” EP.01

See video
ฟังเสียงส่วนหนึ่งของผู้ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน #พรกฉุกเฉิน จาก 1,445 คน เล่าประสบการณ์ ทำอะไรบ้างถึงถูกดำเนินคดี
พวกเขาได้สร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณสุข หรือพวกเขาเพียงแค่ยืนข้างทางการเมืองที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ
 
 

สถิติการชุมนุม ในปี 2654

See video

ปี 2564 ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม 60 ครั้ง  ในจำนวนนี้มี 42 ครั้งที่ถูกสลายการชุมนุมเพราะเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม เช่น สนามหลวง, ทำเนียบรัฐบาล และกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ราบ 1)  กรณีของราบ 1 นั้นเป็นพื้นที่ที่นักกิจกรรมวางเป้าหมายแรกเริ่มไว้ แต่ไม่สามารถไปได้ เป็นเหตุให้เกิดการสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ 35 ครั้ง ขณะที่เดือนกันยายน 2564 เป็นเดือนที่มีการสลายการชุมนุมมากที่สุด 18 ครั้ง รองลงมาคือ เดือนสิงหาคม 2564 ที่ 17 ครั้ง 

ความหวัง ความฝัน ภายใต้อิสรภาพชั่วคราว ของ “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล”

See video
ตามคำสั่งศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอยุธยา “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะมีอิสรภาพเพียงแค่ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ถึง 12 มกราคม2565 หลังเธอได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวมาเพื่อทำการสอบปลายภาค แล้วหลังจากนั้น เธออาจจะต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำต่อ ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
 
 
นอกจากการให้อิสรภาพเพียงชั่วคราวแล้ว ศาลยังกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวไว้ 5 ข้อ ได้แก่
 
ห้ามจำเลยทำกิจกรรมหรือก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 
ห้ามจำเลยเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปเรียนไปสอบ ไปติดต่อราชการที่ศาลอื่น หรือมีเหตุอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล 
ห้ามจำเลยออกนอกราชอาณาจักร
ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM)
กล่าวคือ นอกจากจำกัดการแสดงออกทางการเมือง รุ้ง-ปนัสยา ยังถูกจำกัดการใช้ชีวิตภายใต้อิสรภาพที่มีอยู่อย่างจำกัด และมันก็สร้างอุปสรรคในการจัดการชีวิต ทั้งในบทบาทของนักศึกษา บทบาทของลูก และบทบาทของเพื่อน แต่แม้ว่าอิสรภาพของเธอจะกำลังนับถอยหลัง แต่รุ้งก็ยังคงมี “ความฝัน” ว่า เมืองไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ด้วย “ความหวัง” ว่าประชาชนทุกคนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
 

เสียงจากประชาชน เพื่อ #สมรสเท่าเทียม

See video
 
ถึงแม้ว่าจะมีคำกล่าวว่าประเทศไทยคือสวรรค์ของเพศหลากหลาย (LGBTQINA+) แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิสมรสของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซ้ำระบบหลายๆ อย่างยังเกาะเกี่ยวกับ "ทะเบียนสมรส" เช่น สวัสดิการในการรักษาพยาบาล การลดหย่อนภาษี 
 
จนกระทั่งปี 2564 ก็ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิดังกล่าว ซ้ำศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่่รับรองสิทธิสมรสเฉพาะคู๋รักต่างเพศกำเนิด (ชาย-หญิง) ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางสภาวะที่ยังคงไร้ #สมรสเท่าเทียม ชวนฟังเสียงจากผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่บอกเล่าถึงชีวิตของเขา และความลำบากจากการที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว