| ไฟล์แนบ | ขนาดไฟล์ |
|---|---|
| ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา112 ฉบับนิติราษฎร์.pdf | 119.54 KB |
| แบบฟอร์ม ข.ก.1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 | 168.4 KB |
คณะนิติราษฎร์ ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, ธีระ สุธีวรางกูร, สาวตรี สุขศรี, ปิยบุตร แสงกนกกุล, จันทจิรา เอี่ยมยุรา เคยแถลงข้อเสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ หรือกฎหมายอาญามาตรา 112
หลังจากปล่อยเวลาให้สังคมได้ร่วมกันถกเถียงเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม สถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ก็กลับทวีความรุนแรง และเป็นที่สนใจของสังคมมากขึ้นทุกขณะ กล่าวได้ว่า มาตรา 112 กลายเป็น กฎหมายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดมากถึงที่สุดมาตราหนึ่งในยุคสมัยนี้ จนอาจะบานปลายไปสู่การถกเถียงที่สร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นในสังคมก็เป็นได้
กลุ่มนักวิชาการ นักเขียน และนักกิจกรรมหลายกลุ่ม จึงรวมตัวกันจัดตั้งเป็น คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ขึ้นเพื่อนำข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญามาตรา 112 ของคณะนิติราษฎร์ชุดดังกล่าว มารณรงค์โดยอาศัยช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 ให้ประชาชนเข้าชื่อกันให้ครบหนึ่งหมื่นชื่อ เพื่อเสนอร่างกฎหมายให้รัฐสภาพิจารณา โดยเชื่อว่าเป็นช่องทางที่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย และมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เพื่อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 ที่คณะนิติราษฎร์เสนอ มีสาระสำคัญ 7 ประเด็น ดังนี้
1. ให้ยกเลิกมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร
2. เพิ่มหมวดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
3. แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์เป็นคนละมาตรากับการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
4. เปลี่ยนบทกำหนดโทษ โดยไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ แต่กำหนดเพดานโทษสูงสุดจำคุกไม่เกินสามปี โดยแยกระหว่างการหมิ่นประมาททั่วไปกับการหมิ่นประมาทที่เป็นการโฆษณาออกจากกัน
5. เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด กรณีแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
6. เพิ่มเหตุยกเว้นโทษ กรณีข้อความที่กล่าวหานั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง และการพิสูจน์นั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และ
7. ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษผู้ที่ทำความผิด ให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษเท่านั้น
ผู้ที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ทั้ง 7 ข้อ สามารถมีส่วนร่วมได้ โดยวิธีการดังนี้ 1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มข.ก.1 ตามไฟล์แนบด้านบน และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 2. ถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 3. ส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ตู้ปณ.112 ปณฝ.ราชดำเนิน เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 คำแนะนำในการกรอบแบบฟอร์ม 1. ต้องมีทั้งนำสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน 2. ลายเซ็นต้องเป็นแบบเดียวกันทั้งในสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน กับแบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่และลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย (แบบ ข.ก.๑) 3. ในส่วนบนของหนังสือที่เขียนว่า “เขียนที่” นั้น ให้เขียนที่อยู่ สถานที่ไหนก็ได้ที่ท่านกรอกแบบฟอร์ม 4. ใน ข้อ 5 ของ แบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่และลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย (แบบ ข.ก.๑) ที่เขียนว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ในช่องว่าง “พ.ศ. ...” และ “(ฉบับที่...)”ไม่ต้องกรอกข้อความใดๆ |
Comments
2. ไม่กำหนดโทษขั้นต่ำ เพื่อให้ศาลสามารถดุลยพินิจกำหนดโทษบนพื้นฐานกระบวนการแบบอารยะ รวมทั้งบทลงโทษไม่มากไปกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
3. ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฏหมายในการพิจารณาเปิดเผย รวมทั้งได้รับการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อเป็นหลักประกันบรรดาที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้คดี
4. มีหน่วยงานเฉพาะทำหน้าที่โจทก์ดำเนินการฟ้องร้อง ที่มีความรู้เพียงพอทางด้านกฏหมายและประเพณีอันจำเป็นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
รบกวนช่วยขยายความคำว่าขัดกับหลักประชาธิปไตย ได้หรือไม่
ถ้ายกตัวอย่างถึงสิทธิ เสรีภาพของอเมริกา เค้าก็มีการจำกัดขอบเขตของการใช้เสรีภาพในแต่ละบุคคลเช่นกัน จากกรณีของสเปนเซอร์ที่โดนจำคุกเพราะพูดเหยียดผิว ปธน และ ดช.ชาวอังกฤษที่ถูกห้ามเข้าประเทศ สหรัฐตลอดชีวิตเพราะพูดจาบจวง ปธน ลิงค์โพสไม่ขึ้น กฏหมายเค้าเด็ดขาดกว่าเรามาก
ประชาธิปไตยคืออะไร ขอบเขตของสิทธิ เสรีภาพ มีแค่ไหนคนไทยจำนวนน้อยนักที่เข้าใจจริงๆ
ติดใจในข้อที่ 4 ถึง 7
ข้อ 4. หากเป็นการกระทำผิดหลายครั้ง ควรเป็นความผิด ก็สมควรถูกลงโทษทบทวีคูณตามจำนวนครั้ง ไม่ควรระบุเป็นโทษสูงสุด 3 ปี ( เช่นกรณีอากง กระทำผิดซ้ำๆ )
ข้อ 5. ควรระบุออกมาให้ชัดว่า การแสดงความเห็นโดยสุจริตเป็นอย่างไร จาบจ้วง ล่วงเกิน แล้วอ้างว่ากระทำโดยสุจริตงั้นหรือ
ข้อ 6. จะพิสูจน์อย่างไรว่า การกล่าวหานั้นเป็นจริง จะเรียกใครมาตอบพิสูจน์ความจริงหรือ แล้วที่ว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อะไรคือประโยชน์ ใครได้ประโยชน์ แล้วใครถูกกระทำ ( บ้านเมืองนี้ศรีธนญชัยเยอะมาก )
ข้อ 7. จะบีบสถาบันทางอ้อมหรือ จึงห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษ ( ปัญหาของมาตรา 112 เกิดจากบรรดานักการเมืองชั่วๆ ที่ใช้กล่าวหาเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน แทนที่พวกคุณจะล้อมคอก ล่ามโซ่ แก้สันดานนักการเมือง กลับมาริดรอนสิทธิ์ในการปกป้องพระเกียรติของสถาบันโดยประชาชน )
ยกเลิกทั้งมาตรา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านก็เคยตรัสไว้ว่า กษัตริย์สามารถถูกวิจารณ์ได้ แต่ปัจจุบันมักมีคนบางกลุ่ม วิจารณ์อย่างเดียวไม่พอ ยังแต่งแต้มเติมสีเข้าไป เพื่อชักจูงคนอื่น ทำให้อาจจะมีใครหลายคน เข้าใจพระองค์ท่านผิดไป
มาตรา 112 ควรให้สามารถวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ได้บนความเป็นจริงที่ถูกต้อง เพื่อจะได้มาร่วมกันทำความจริงให้ปรากฎ เพราะที่ผ่านมาคนถูกจะกลายเป้นแพะว่าไม่จงรักภัดดี เพราะฉะนั้นสังคมจะอยู่ได้ต้องอยู่บนฐานความเป้นจริงโดยต้องมีโครงสร้างรากฐานที่ถูกต้อง ไม่ใช่ฐานโจรที่เป้นกบฎตกปลาและฆ่าคนเพื่อตนเองทำให่ใด้ประโยชน์ฝ่ายเดียวแต่กับอ้างความสมดุยล์ ถือว่าไม่ถูกต้อง ทำให้คนผิดลอยนวล จึงต้องจับคนผิดมาลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต เพราะชีวิตคนที่ถูกฆ่าตายต้องแลกกด้วยชีวิตจากคนที่โกงชีวิตคนอื่นที่ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยการฆ่าคนอื่นฟรีๆ โดยเจตนาถือว่าเป้นขั้นรุนแรงที่ต้องจับมาประหารชีวิต 7 ชั่วโตคร ดังนั้นถ้าเริ่มต้นอยู่ที่คนผิดนำก็จะไปผิดหมด ทุกคนจึงต้องรู้ความจริงของปัญหาว่ามาจากตรงไหนจึงจะแก้ไขปัญหาได้
ควรยกเลิกม.112 ทั้งหมด
Post new comment